วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558

ประจำวัน ศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 11

ความรู้ที่ได้รับ

***กิจกรรมตัวอย่าง

- - - > จากการดูภาพสัตว์พบว่า สัตว์ทั้งหมด 6 ตัว เป็นสัตว์ 4 ขา ทั้งหมด

*** ครูเขียนคำบนกระดาน ดังนี้
ม้าลาย     2   ตัว
กระต่าย   1   ตัว
ไก่           3   ตัว
- - - > มีขารวมกันทั้งหมดกี่ขา ?
 
นักเรียนจะเกิดกระบวนการคิด
ม้าลาย     มี    4    ขา  =  4 + 4   =  8
กระต่าย    มี    4    ขา =  4
ไก่             มี   2    ขา  = 2 + 2 + 2 = 6
จะได้        8 + 4 + 6 = 18
ตอบ  มีขารวมกันทั้งหมด 18 ขา
- - - > จากคำบนกระดานพบว่าครูต้องการสอนเกี่ยวกับตัวเลข จำนวนสัตว์ จำนวนขาของสัตว์
และเลขฐานสิบ

*** การออกแบบกิจกรรม
ขั้นตอนการออกแบบกิจกรรม
1.ศึกษาสาระที่ควรเรียนรู้
2.วิเคราะห์เนื้อหา
3.ศึกษาประสบการณืสำคัญ
4.บูรณาการสาระคณิตศาสตร์
5.ออกแบบกิจกรรม

ทักษะ
***เก็บตก เลขที่ 4, 5, 6, และ 25 นำเสนอ
              เลขที่ 25 นางสาว สุจิตรา  มาวงษ์
นำเสนอ โทรทัศน์ครู เรื่อง ท๊อคอเบาว์คิดส์ สอนคณิตศาสตร์อ.1 ครูจอย
สรุปได้ว่า  อนุบาล 1 ต้องสอนผ่านการเล่น การมีสิ่งที่เขาสนใจสิ่งที่ดึงดูดเขา เล่น  รูปทรง  สี
การสอนต้องเป็นการสอนแบบถามแล้วให้เขาตอบมีส่วนร่วมเสมอ ให้เขาได้จับได้สำผัส
และต้องยกตัวอย่างให้เขาเห็นอย่างชัดเจน  เช่น การจะสอนเลข 1  ต้องให้เขาเห็นเลข 1 ว่า
เป็นรูปทรงแบบไหน  ให้จับสำผัสเป็นรูปทรงยังไง  สอนตัวเลขแตาละตัวต้องให้เวลา 1  อาทิตย์เพื่อให้เด็กจำได้อย่างแม่นยำ และการสอนต้องแซกด้วยเกมเพื่อให้เด็กสนใจมากขึ้น

             เลขที่ 4 นางสาว เปมิกา  ชุติมาสวรรค์
นำเสนอวิจัย  เรื่อง ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวมอนเตสซอรี่
สรุปได้ว่า
       กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นเด็กปฐมวัยอายุ ระหว่าง 4-5 ปี  ศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนพระแม่มารี กรุงเทพมหานคร จำนวน 12 คน ซึ่งได้มาจากเลือกแบบเจาะจง จากห้องเรียนที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวมอนเตสรี่

  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
    1. แผนการจัดประสบการณ์ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ตามแนวมอนเตสเซอรี่
    2. แบบประเมินทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

สรุปผลการวิจัย
      ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังได้รับการจัดประสบการณ์ตามแนวมอนเตสเซอรี่อยู่ในระดับดี ทั้งโดยรวมและด้านต่างๆ ประกอบด้วยด้านการจำแนก การเรียงลำดับ และการนับ

              เลขที่ 5 นางสาว รัชดา  เทพเรียน
นำเสนอวิจัย เรื่อง การเปรียบเทียบความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
สรุปได้ว่า จากผลการวิจัยพบว่า ความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลงกับการจัดประสบการณ์ตามคู่มือ
ผู้วิจัยเก็บข้อมูลกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนกาญจนบุรี ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
มีความแตกต่างกันอย่างมีนัย ที่ระดับ0.01
     โดยเด็กปฐมวัยกลุ่มทดลองที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเด็กที่ควบคุมที่จัดประสบการณ์ตามคู่มือครูทั้งนี้อาจเพราะเด็ก ชอบเล่นเกม ชอบร้องเพลงอยู่เเล้ว เป็นเรื่องใกล้ตัว เช่นการเล่นเกมจับคู่ ร้องเพลงที่สนุก ทำให้เ็กมีความสุข การเรียนปนเล่น ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างไม่รู้ตัวและการจัดประสบการณ์ตามคู่มือครูอาจเคร่งเครียดจนเกินไป มีเเบบแผน มีกรอบทำให้เด็กอาจไม่มีความสุขในการเรียนรู้คณิตศาสตร์

              เลขที่ 6 นางสาว กมลรัตน์  มาลัย
นำเสนอวิจัย เรื่อง ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ด้วยขนมอบ
สรุปได้ว่า  ทำการวิจัยกับเด็กอนุบาลชาย-หญิง ที่มีอายุระหว่าง 3-4 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่1
ภาคเรียน ที่2 ปีการศึกษา 2551 ของโรงเรียนอนุบาลกุ๊กไก่ สังกัดการศึกษาเอกชน กรุงเทพมหานคร
       ซึ่งกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ด้วยขนมอบเป็นกิจกรรมที่เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสในการทำกิจกรรม
ตกแต่งบนขนมอบ คือ ขนมปัง คุกกี้ พาย เค้ก ซึ่งขนมอบทั้ง4ชนิดนี้ มีรูปร่าง รูปทรง เด็กจะได้มีโอกาส
เลือกและลงมือปฏิบัติ โดยการทา การโรย การเขียน ตามความคิดและจินตนาการและเด็กยังได้ทักษะ
พื้นฐานทางคณิตศาสตร์สูงขึ้น ดังนี้

     1.ด้านการสังเกตและการจำแนก   ในการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ด้วยขนมอบ ได้เปิดโอกาสให้
เด็กได้เรียนรู้การสังเกตและการจำแนกและได้ลงมือปฏิบัติกับอุปกรณ์และวัตถุดิบจริง โดยครูได้สอด
แทรกทักษะการสังเกตและการจำแนกในกิจกรรม เช่น คุกกี้แฟนซี โดยการให้เด็กสังเกตผลไม้ที่ทำ
กิจกรรมและให้สังเกตวัตถุดิบที่นำมาเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

    2.ด้านการเปรียบเทียบ  การจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ด้วยขนมอบ ได้เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้
ทักษะการเปรียบเทียบ จากวัตถุดิบที่ครูนำมาทำกิจกรรม เช่น กิจกรรมขาไก่สร้างสรรค์ เด็กได้สังเกต
ขนมขาไก่ที่มีลักษณะที่แตกต่างกันทั้งในด้านขนาดและรูปทรงที่แตกต่าง

     3.ด้านการจัดหมวดหมู่  ได้เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะการจัดหมวดหมู่จากวัตถุดิบที่ครูนำมา
ทำกิจกรรม เช่น ในการจัดกิจกรรม พวงมาลัยหัวจุก เด็กได้เรียนรู้เรื่องการจัดหมวดหมู่จากกิจกรรมนี้ โดย
การจัดหมวดหมู่ตามสีและรูปทรงของขนม

เขียนออกมาเป็นมายเเมบ ตามหัวข้อ ในเรื่อง ชนิด ลักษณะ การดูแลรักษา ประโยขน์ ข้อควรระวัง

แตกย่อยๆๆออกไปตามหัวข้อ โดยกลุ่มดิฉันได้เรื่องสุนัข

***เขียนแผนกิจกรรมประสบการณ์ เรื่อง ผลไม้/สัตว์
โดยใช้การออกแบบกิจกรรมเขียนมายแม๊ปตามหัวข้อดังนี้


กลุ่มดิฉันได้ หน่วย - สัตว์
แบ่งกลุ่ม 5 คน 4 กลุ่ม
กลุ่มที่  1  สุนัข
กลุ่มที่  2  แตงโม
กลุ่มที่  3 ไก่
กลุ่มที่  4  กล้วย

วิธีการสอน

***ใช้การบรรยาย PowerPoint
      ใช้การระดมความคิดเห็น
      ใช้คำถามให้วิเคราะห์
      ใช้เพลงและคำคล้องจอง

ประเมิน

สภาพห้องเรียน

- สะอาด ห้องเรียนพร้อมใช้ทำการเรียนการสอน อุปกรณ์พร้อมใช้ บรรยากาศถ่ายเท

ตัวเอง

- ต้งใจเรียน แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจจดบันทึกการเรียนการสอน

เพื่อนในห้อง

- เพื่อนๆตั้งใจเรียน ช่วยกันตอบคำถาม แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีส่วนน้อยที่ไม่เรียบร้อย

อาจารย์ผู้สอน

- อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย ไม่เครียด มีคำแนะนำให้กับนักศึกษาและเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดหาย


ประจำวัน พุธ ที่ 25 มีนาคม 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 10


ความรู้ที่ได้รับ
*** นำเสนอนิทาน คำคล้องจอง และปริศนาคำทาย ตามสาระที่ตนเองได้รับมอบหมาย
มีทั้งหมด  6 สาระ สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
                             สาระที่ 2 การวัด
                             สาระที่ 3 เรขาคณิต
                             สาระที่ 4 พีชคณิต
                             สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
                             สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

ทักษะ
*** เพื่อนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอนิทาน คำคล้องจอง และปริศนาคำทาย  ตามสาระที่ตนเองได้รับมอบหมาย

- - - > กลุ่มที่ 1 สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ
        *นิทาน เรื่อง   แมวน้อย



       *คำคล้องจอง  เรื่อง แมวน้อย               นับเลข


   
       *ปริศนาคำทาย เรื่อง ฉันคือใคร?





- - - > กลุ่มที่ 2 สาระที่ 2 การวัด
*นิทาน
*คำคล้องจอง
*ปริศนาคำทาย

- - - > กลุ่มที่ 3 สาระที่ 3 เรขาคณิต
 *นิทาน เรื่อง รูปทรงหรรษา

                       *คำคล้องจอง

     ลูกวัวยืนอยู่ใกล้       ฟางกองใหญ่ริมท้องนา

    แม่วัวเฝ้าห่วงหา        คอยมองตามมิห่างไกล

     ลูกหมาวิ่งมุ่งมา          อยู่ไม่ห่างไกลออกไป

ลูกวัวเห็นแสนตกใจ        วิ่งหลบใต้ท้องแม่วัว

*ปริศนาคำทาย

- - - > กลุ่มที่ 4 สาระที่ 4 พีชคณิต
*นิทาน
*คำคล้องจอง
*ปริศนาคำทาย

- - - > กลุ่มที่ 5 สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
*นิทาน
*คำคล้องจอง
*ปริศนาคำทาย

- - - > กลุ่มที่ 6 สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
*นิทาน
*คำคล้องจอง
*ปริศนาคำทาย


วิธีการสอน

***ใช้การระดมความคิดเห็น
      ใช้คำถามให้วิเคราะห์
      ใช้เพลงและคำคล้องจอง นิทาน


ประเมิน

สภาพห้องเรียน


- สะอาด ห้องเรียนพร้อมใช้ทำการเรียนการสอน อุปกรณ์พร้อมใช้ บรรยากาศถ่ายเท

ตัวเอง

- ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจจดบันทึกการเรียนการสอน นำเสนองานได้เรียบร้อย

เพื่อนในห้อง

- เพื่อนๆตั้งใจเรียน  แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจฟังการนำเสนอของเพื่อนๆแต่ละกลุ่ม

อาจารย์ผู้สอน

- อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย ไม่เครียด มีคำแนะนำให้กับนักศึกษาและเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดหาย


วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกประจำวัน ศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 10


สิ่งที่ได้รับมอบหมาย

อาจารย์มอบหมายงานให้แบ่งกลุ่ม  8 กลุ่ม
ให้ทำงานตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ทั้ง 6 สาระโดยเลือกมา 1 สาระ ในหนึ่งสาระเพื่อจะทำตามหัวข้อดังต่อไปนี้

1.นิทาน
เรื่อง แมวน้อย

2.คำคล้องจอง
เรื่อง

3.ปริศนาคำทาย
เรื่อง ฉันคือใคร ?

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์
สาระที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ                                        2  กลุ่ม
สาระที่ 2 การวัด                                                                      1  กลุ่ม
สาระที่ 3 เรขาคณิต                                                                 1 กลุ่ม
สาระที่ 4 พีชคณิต                                                                   1 กลุ่ม
สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น                     1 กลุ่ม
สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์              1 กลุ่ม




วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกประจำวัน ศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 9


ความรู้ที่ได้รับ

*** เลขที่ 22 - 24 นำเสนองานวิจัย
เลขที่ 22 นางสาว ประภัสสร  สีหบุตร
เรื่อง การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
สรุปได้ว่า พัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยใช้ศิลปะเข้ามาช่วย
คือ 1.ศิลปะย้ำ นำศิลปะมาย้ำให้เด็กจดจำ
      2.ศิลปะถ่ายโยง  นำศิลปะมาวาดภาพเหมือน
      3.ศิลปะการปรับภาพ  นำศิลปะมาสร้างศิลปะ
      4.ศิลปะเปรียบแบบ
ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้
1.ขั้นการกระตุ้น
2.ขั้นกรองสู่มโนทักศน์ร่อนให้เห็นภาพ
3.ขั้นการย้ำทวนพัฒนาด้วยศิลปะ
4.ขั้นสาระสำคัญ

เลขที่ 24 นางสาว มาศุภา  วงษ์สันต์
เรื่อง
สรุปได้ว่า
วิธีการ  - ครูเปิดเพลงสอนเนื้อหาคณิตศาสตร์ให้เด็กฝึกร้องพลง
            - เคลื่อนไหวประกอบเพลง
            - เปิดเพลงให้เด็กฟังขณะที่เล่น
            - จัดกิจกรรมคณิตศาสตร์สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
สรุป คือ จากวิธีการสอนแบบนี้ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

*** ทบทวนสาระมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์
*** นำเสนอรูปแบบการจัดประสบการณ์ต่างๆ (เพิ่มเติม)
*** นำเสนอสื่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของแต่ละคน

คำคล้องจอง    เรื่อง  ใหญ่-เล็ก

                                                           มาลีเดินมาเห็นหมาตัวใหญ่
                                                          มาลีตกใจร้องไห้กลัวหมา
                                                          เห็นแมวตัวน้อยค่อยค่อยก้าวมา
                                                          แมวเล็กกว่าหมามาลีไม่กลัว


ทักษะ

*** ทำกิจกรรมวิเคราะห์ผลไม้แล้วนำมาจัดหมวดหมู่




วิธีการสอน

*** ใช้การบรรยาย Powerpoint
       ใช้คำถามให้วิเคราะห์
       ใช้การระดมความคิดเห็น
       ใช้การสอนโดยให้นักศึกษาเป็นครูผู้สอน หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
       ใช้คำคล้องจอง

ประเมิน

สภาพห้องเรียน
- ห้องเรียนสะอาด โต้ะเก้าอี้จัดเรียบร้อย พร้อมที่จะเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอนครบ

ตนเอง
- ตั้งใจเรียน แต่งกายสุภาพเรียบร้อย จดบันทึกการเรียนการสอนทุกครั้ง ตอบบคำถามและร่วมกิจกรรมภายในห้องเรียน

เพื่อนในห้อง
- เพื่อนๆส่วนมากตั้งใจเรียน ตั้งใจจดบันทึกการเรียนการสอน ร่วมกิจกรรมภายในห้องเรียน มีส่วนน้อยที่คุยและไม่ตั้งใจฟัง

อาจารย์ผู้สอน
- อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าสอนตรงเวลา สอนโดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับนักศึกษา สอนเข้าใจ ไม่เครียด



วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกประจำวัน ศุกร์ ที่ 6 มีนาคม 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 8

ความรู้ที่ได้รับ

*** การจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์    - จัดผ่านสื่อ
                                                             - จัดผ่านกิจวัตรประจำวัน
       สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 1 จำนวน
สาระที่ 2 การวัด
สาระที่ 3 เรขาคณิต
สาระที่ 4 พีชคณิต
สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์


           เลขที่ 19 - 21 นำเสนอบทความ


เลขที่ 19 นางสาว วราภรณ์  แทนคำ

เรื่อง   ทำไมถึงสอนคณิตศาสตร์ให้กับเด็ก?

สรุปได้ว่า  การสอนคณิตศาสตร์ให้กับเด็กเป็นการกระตุ้นสมองของเด็กให้เกิดการเรียนรู้  เช่น การแยกจำนวน  เด็กก็รู้จักการแยะแยะ เป็นต้น การสอนคณิตศาสตร์เป็นการสอนให้เด็กคิดเป็นเหตุเป็นผลของสมองซีกขวา เพื่อไม่ให้สมองฟ่อและยังทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง


เลขที่ 20 นางสาว รัตนาภรณ์  คงกะพันธุ์

เรื่อง  คณิตศาสตร์เรียนอย่างไรให้สนุก?

สรุปได้ว่า   การที่จะทำให้เด็กเรียนรู้คณิตศาสตร์แล้วสนุกต้องมีการต่อยอดโดยการทำกิจกรรม 

เช่น มีเด็กคนหนึ่งไม่ทำการบ้านมา คุณครูจะไม่ลงโทษแต่คุณครูจะให้เวลา 20 นาที เพื่อให้เด็กทำการบ้าน ถ้าเด็กทำผิดก็จะไม่ทำเครื่องผิดลงสมุดของเด็ก จะสอนให้เด็กเข้าใจ เพราะคุณครูไม่อยากให้เด็กเกลียดคณิตศาสตร์หรือไม่ชอบคณิตศาสตร์ จึงใช้เทคนิคคือ เกม และ เพลง มาร่วมด้วย

           
         รูปแบบการจัดประสบการณ์

1.รูปแบบการจับประสบการณ์แบบโครงการ  
         การสอนแบบโครงการเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ศึกษาค้นคว้าตามความสนใจของตนอง การจัดการเรียนการสอนมุ่งที่ความสนใจของเด็กเป็นหลักเพื่อให้เด็กมีโอกาสที่จะศึกษาเรื่องที่ตนเองสนใจอย่างแท้จริง  มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีการวางแผนร่วมกัน ได้สังเกต ทลอง ปฏิบัติ เพื่อคิดค้นหาคำตอบเรื่องที่สงสัย จึงเป็นการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ โดยผู้สอนคอยช่วเหลือและสนับสนุนให้เด็ก

2.รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้สมองเป็นฐาน
    
         เป็นการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับพัฒนาการสมองแต่ละช่วงวัย เป็นการนำเอาองค์ความรู้ของสมองมาใช้เป็นฐานในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างศักยภาพสูงสุดในการเรียนรู้ ครูต้องใช้เทคนิคและกลวิธีที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นสมองผู้เรียน ดังนั้นการสอนที่ดีต้องสอดคล้องกับการที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมายของการศึกษานั้นขึ้นอยู่กับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมีความสุขสนุกสนานในการเรียนตามรูปแบบที่ถนัด

3.รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบ STEM
ตัวอย่าง โรงเรียนที่มีแนวการสอนแบบ STEM


           เป็นการจัารศึกษาแบบบูรณาการวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี  วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ STEM เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่บูรณาการกลุ่มสาระและทักษะกระบวนของทั้ง 4 สาระ โดยนำลักษณะธรรมชาติของแต่ละสาระวิชามาผสมผสานกันแล้วนำมาจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

4.รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบมอนเตสซอรี่ 
ตัวอย่างการสอนแบบมอนเตสซอรี่

          
         เน้นการเรียนรู้ตามลำดับขั้นไม่ต้องการให้เด็กลองผิดลองถูก สร้างสมาธิ ความมั่นใจ ครูสามารถวินิจฉัยและแก้ปัญหาของเด็กได้ โดยสาธิตและฝึกให้เด็กเรียนรู้แลตัดสินใจด้วยตนอง
การเตรียม         = ครูตรียมอุปกรณ์การศึกษาเด็กสามารถเขาเรียนแบบคละอายุได้
การดำเนินการ  = ขั้นนำ เด็กเลือกอุปกรณ์การศึกษาตามความสนใจ 
                             ข้นสอน ครูสาธิตให้เด็กู
                             ขั้นสรุป ครูให้เด็กเก็บอุปกรณ์ ครูบันทึกความรู้ ครูบันทึกรายการอุปกรณ์

5.รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ   
            
          เป็นการสอนที่ใช้วิธีการสอนหลายวิธีในการจัดกิจกรรมต่างๆ ลักษณะการจัดการเรียนรู้เป็นแบบเปิดกว้าง จัดให้มีประสบการณ์ที่หลากหลายโดยให้เด็กเรียนรู้ตามความสนใจหรือเด็กได้แสดงออกในแนวทางที่เขาสนใจ ครูจึงควรศึกษาก่อนว่าทักษะ สาระการเรียนรู้ หรือประสบการณ์ที่สำคัญใดที่จะจัดให้กับเด็ก แล้วจึงวางแผนการจัดกิจกรรมต่อไป     
เพลง บวก - ลบ 

  บ้านฉันมีแก้วน้ำสี่ใบ        ครูให้อีกสามใบนะเธอ
มารวมกันนับดีดีซิเธอ          ดูซิเธอรวมกันได้เจ็ดใบ
บ้านฉันมีแก้วน้ำเจ็ดใบ    หายไปสามใบนะเธอ
ฉันหาแก้วแล้วไม่เจอ               ดูซิเออเหลือเพียงแค่สี่ใบ

เพลง  เท่ากันไม่เท่ากัน

ช้างมีสี่ขา       ม้ามีสี่ขา
  คนเรานั้นหนา        สองขอต่างกัน
                 ช้างม้ามี         สี่ขาเท่ากัน   (ซ้ำ)
               แต่กับคนนั้น        ไม่เท่ากันเอย ( ซ้ำ)

มอบหมายงาน
*** เตรียมนำเสนอสื่อคณิตศาสตร์

ทักษะ
***  ทำกิจกรรม
1.นำป้ายชื่อมาติด
2.แสดงตัวว่ามาเรียน
3.นับจำนวนคนมาเรียน

ตารางแสดงการมาเรียน


กลุ่ม
สตอเบอรี่
เชอรี่
แอปเปิ้ล
ลิ้นจี่
สมาชิก
1





2





3





4





5       





จำนวน
5
5
5
4
24

วิธีการสอน

***ใช้การบรรยาย PowerPoint
      ใช้การระดมความคิดเห็น
      ใช้คำถามให้วิเคราะห์
      ใช้เพลงและคำคล้องจอง
   
การประเมิน

สภาพห้องเรียน


- สะอาด ห้องเรียนพร้อมใช้ทำการเรียนการสอน อุปกรณ์พร้อมใช้ บรรยากาศถ่ายเท

ตัวเอง

- ต้งใจเรียน แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจจดบันทึกการเรียนการสอน

เพื่อนในห้อง

- เพื่อนๆตั้งใจเรียน ช่วยกันตอบคำถาม แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีส่วนน้อยที่ไม่เรียบร้อย

อาจารย์ผู้สอน

- อาจารย์แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย ไม่เครียด มีคำแนะนำให้กับนักศึกษาและเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดหาย

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกประจำวัน ศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธุ์ 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 7

ความรู้ที่ได้รับ

*** - รูปแบบการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
       - ทดสอบก่อนเรียน ---> รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ
                                     ----> รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบโครงการ
                                     ----> รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบสมองเป็นฐาน
                                     ----> รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบ STEM
                                     ----> รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบมอนเตสเซอรี่
                                     ----> รูปแบบการจัดประสบการณ์แบบเดินเรื่อง
     - เลขที่ 16 -18 นำเสนอโทรทัศน์ครู
เลขที่ 16 นางสาว วัชรี  วงศ์สะอาด
เรื่อง  ผลไม้แสนสุข
สรุปได้ว่า  ครูทำกิจกรรมบูรณาการเรื่องผลไม้ โดยการให้เด็กชิมรสผลไม้ ครูเคลื่อนไหวโดยใช้เทคนิคคำคล้องจอง นำคำคล้องจองมาเล่นกับเด็กๆ เช่น จำจี้ผลไม้ เป็นต้น แล้วให้เด็กๆได้เจอสังคม โดยก่อนจะเจอสังคมเด็กๆต้องทำข้กตกลงกับคุณครูเรื่อง การตั้งคำถามในการนำไปถามโดยไหว้ทักทาย/ เรียนรู้สังคม เช่น การให้เด็กลองซื้อผลไม้ในตลาด เพื่อให้เด็กๆเรียนรู้เรื่องรูปทรง ตาชั่ง ขนาด
บูรณาการศาสตร์คือ   สังคม = การพูดคุย
                                  วิทยาศาสตร์ = ชิมรส
                                  ภาษา = การใช้คำถาม  การพูดคุย
                                  คณิตศาสตร์ = รูปทรง ขนาด
                             
เลขที่ 17 นางสาว  เวรุวรรณ  ชูกลิ่น
เรื่อง กิจกรรม 5 ประสาทสัมผัส จังหวัดศรีษเกศ
สรุปได้ว่า  ประสาทสัมผัสที่ 1 กระบอกพิมพ์  ให้เด็กเรียนรู้การมองขนาดของพิมพ์
                 ประสาทสัมผัสที่ 2 ให้นักเรียนดูกระบอกเสียงแล้วให้บอกว่าเสียงนั้นคืออะไร
                 ประสาทสัมผัสที่ 3 ให้นักเรียนสัมผัส แล้วให้บอกถึงความหนาและการยืดหยุ่นของผ้า
                 ประสาทสัมผัสที่ 4 ให้นักเรียนดมกลิ่น แล้วมาบอกถึงกลิ่นที่ได้ดม
                 ประสาทสัมผัสที่ 5 การลิ่มรส เช่น น้ำเชื่อม  น้ำมะนาว เป็นต้น แล้วให้เด็กบอกถึงรสชาติของน้ำนั้นๆ
คณิตศาสตร์ คือ การเรียนรู้ต่างๆเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ต่อๆไป
ซึ่งกิจกรรมนี้ทำให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยการลงมือกระทำและรับรู้สัมผัสด้วยตนเอง

      - รูปแบบการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการ คือ กระบวนการจัดประสบการณ์ตามความสนใจ ความสามารถ โดยเชื่อมโยงเนื้อหาสาระของศาสตร์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียนเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ความสำคัญ  ช่วยให้เราสามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงในการแก้ปัญหาได้
การนำไปใช้
* เด็กอยากรู้อะไร  (เด็กเป็นศูนย์กลาง)
* เด็กต้องรู้อะไร(ครูเป็นศูนย์กลาง)
* เด็ก  ต้อง  การ  อยาก  ทำอะไรได้

      - สาระที่ควรเรียนรู้
เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
บุคคล/สถานที่
ธรรมชาติรอบตัว
สิ่งต่างๆรอบตัว

ทักษะ

***-นำเสนอกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้สาระตามมาตรฐาน
1.เรื่อง การหยอดบล๊อค ซึ่งสามารถให้เด็กได้ทดสอบ หรือ ลงมือกระทำด้วยตนเอง
2.เรื่อง เครื่องชั่งสองแขน ซึ่งเด็กก็จะได้เรื่องของน้ำหนัก
3.เรื่องการต่อภาพเหมือน ซึ่งเด็กๆก็จะได้คณิตศาสตร์เรื่องของรูปทรง
    - นำป้ายชื่อมาติดหน้าห้องทีละคน เพื่อเรียนรู้เรื่องของเวลา การจัดหมวดหมู่ และการเรียงลำดับ
    -ทำกิจกรรมแตกแผนความคิดเห็นเกี่ยวกับ การจัดกิจกรรมในหัวข้อที่แต่ละคนเลือกเอง แล้วแตกแผนออกไปตามหัวข้อย่อยๆ

                 ชนิด     --->     ประโยชน์    --->        ข้อควรระวัง 
เสื้อผ้า   
              ลักษณะ  --->   ส่วนประกอบ  --->    การดูแลรักษา


วิธีการสอน

*** ใช้การบรรยาย PowerPoint
       ใช้การระดมความคิด และอภิปราย
       ใช้เพลง
       ใช้คำคล้องจอง

การประเมิน

สภาพห้องเรียน
- สะอาด อุปกรณ์การเรียนการสอนครบ พร้อมใช้งาน บรรยากาศดี น่าเรียน

ตัวเอง
- ตั้งใจเรียน มาเรียนก่อนเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจเรียนและตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น ขณะที่เรียน

เพื่อนในห้อง
- ทุกคนส่วนใหญ่ตั้งใจเรียน แต่มีเพียงบางคนเท่านั้นที่คุย ไม่ฟังอาจารย์ แต่ทุกคนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ระดมความคิด และตอบคำถาม

อาจารย์ผู้สอน
- อาจารย์แต่งกายสุภาพ อาจารย์ใช้วิธีการสอนที่เรียนแล้วไม่ง่วง ให้เด็กลงมื่อปฎิบัติเอง ไม่ใช่แค่นั่งฟัง นักศึกษาทุกคนมีส่วนร่วม


*** ถ้าเด็กไม่ชอบคณิตศาสตร์ตั้งแต่เด็ก จะมีผลกระทบอย่างไรเกิดขึ้น ?
ผลกระทบ เด็กจะไม่รับรู้และไม่เปิดรับคณิตศาสตร์เข้ามาเรียนรู้ ครูผู้สอนจึงควรใช้เทคนิคต่างๆที่น่าสนใจทำให้เด็กรู้ว่าคณิตศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยาก ใช้สื่อและเทคนิคการสอนกระตุ้นให้เด็กอยากที่จะเรียนรู้คณิตศาสตร์อีกครั้ง




วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกประจำวัน ศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 6

ความรู้ที่ได้รับ

***  - ได้เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตสาสตร์ ซึ่งได้แก่ นิทาน เพลง เกม คำคล้องจอง ปริศนาคำทาย บทบาทสมมติ และแผนภูมิภาพ เป็นต้น

ตัวอย่าง เทคนิคการใช้คำคล้องจอง

ไข่ 2 ฟอง กลอง 2 ใบ ไก่ 2 ตัว วัว 2 เขา เกาเหลา 2 ชาม นับไปนับมา สองอย่างหมดเลย

        - เลขที่ 13-15 นำเสนองานวิจัย

         เลขที่ 14 นางสาว ศุทธินี  โนนริบูรณ์ 
เรื่อง ผลการใช้สื่อในการท้องถิ่นเพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ด้านการจัดประเภท 
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปีพ.ศ. 2552
สรุปได้ว่า  เขาได้ทดสอบเรื่องการจัดประเภททางคณิตศาสตร์กับเด็กอายุ 5-6 ปี ที่บ้านเจียด จังหวัดอุบลราชธานี โดยที่เขาใช้สื่อท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ ในการจัดกิจกรรมให้เด็กทำ พบว่าเด็กทำแบบทดสอบ ได้มากกว่าตอนก่อนที่จะจัดกิจกรรมที่ใช้สื่อ แสดงว่า เมื่อใช้สื่อในการจัดกิจกรรมทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้เรื่องการจัดประเภททางคณิตศาสตร์

         เลขที่ 15 นางสาว ภัทรวรรณ  หนูแก้ว
เรื่อง การใช้กิจกรรมการละเล่นแบบไทยเพื่อพัฒนามโนทัศน์ในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 
เขียนโดย นางสาว ทัศดาว เทียมงาม  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีพ.ศ.2549
สรุปได้ว่า  เขาจัดกิจกรรมเรียนปนเล่น โดยใช้การเล่นแบบไทยในการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยทดสอบกับเด็กอายุ 5-6 ปี จำนวน 24 คน ทดสอบเรื่องการนับ จำนวน รู้จักตัวเลข จำนวนคู่-คี่ โดยใช้หลักการประเมินคือ ขั้นที่ 1 ศึกษาภูมิหลังของเด็ก
                  ขั้นที่ 2 กำหนดวัตถุประสงค์
                  ขั้นที่ 3 จัดวางแผนประสบการณ์
                  ขั้นที่ 4 เลือกสื่อ
  
ผลการทดสอบ พบว่าครูควรจัดกิจกรรมที่ง่าย - - - > ยาก จากรูปธรรม - - - > นามธรรม เพื่อฝึกทักษะการคิดที่มีเหตุผล จัดให้สอดคล้องกับวัยเพื่อพัฒนาการนับ ตัวเลข จำนวนคู่-คี่ การเปียบเทียบ ของเด็ก

ทักษะ

*** - นำเสนอเทคนิคการจัดประสบการณืคณิตศาสตร์ ซึ่งเพื่อนๆได้นำเสนอมาทั้งหมด 5 เทคนิค
คือ 1. การเอาตุ๊กตาไปวางไว้ที่ตะกร้าเวลาเที่ยง เพื่อไปรับประทานอาหาร หลังจากรับระทานอาหารเสร็จก็มาหยิบตุ๊กตาของตัวเองกลับมาอยู่กับตัว ซึ่งเทคนิคนี้เป็นการสอนคณิตศาสตร์เรื่องของ เวลา
      2.สร้างสื่อการสอนเกี่ยวกับเรื่องของเงิน โดยการทำเงินสมมติขึ้นมา แล้วให้เด็กนำเงินนั้นไปซื้อของตามที่เด็กต้องการอยากจะซื้อ ซึ่งเป็นการสอนคณิตศาสตร์เรื่อง บทบาทสมมติ
      3.จัดทำป้ายชื่อของเด็กแต่ละแล้วนำไปติดเป็นรูปตัวยูโดยเว้นระยะห่างเท่าๆกัน เพื่อให้เด็กรู้จักการกะระยะ การเว้นระยะห่าง และตำแหน่งของตนเอง
      4.ทำบล๊อคสี่เหลี่ยมที่สามารถถอดออกแล้วนำมาประกอบได้ ให้เด็กนำชิ้นส่วนของบล๊อคมาประกอบกันให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นการสอนคณิตศาสตร์เรื่อง รูปทรงเรขาคณิต

      - ช่วยกันตัดกระดาษขนาด 1 นิ้ว* 1 นิ้ว คนละ 10 แผ่น แล้วนำมาวางต่อกันเป็นรูปทรงต่างๆ โดยห้ามให้แต่ละรูปซ้ำกัน ซึ่งแต่ละคนจะคิดออกมาไม่เหมือนกันและได้ไม่เท่ากัน

      - ช่วยกันระดมความคิดในการแต่งคำคล้องจอง

ไข่ 2 ฟอง กลอง 2 ใบ ไก่ 2 ตัว วัว 2 เขา เกาเหลา 2 ชาม นับไปนับมา สองอย่างหมดเลย

วิธีการสอน

*** - ใช้การบรรยาย PowerPoint
       - ใช้การระดมความคิด
       - ใช้เพลง คำคล้องจอง
       - ใช้การถาม-ตอบ แสดงความคิดเห็น

ประเมิน

           สภาพห้องเรียน
         - ห้องเรียนสะอาด อุปกรณ์ภายในห้องเรียนครบ ใช้งานได้สะดวก แอร์เย็น 
           
           ตัวเอง
         - ตั้งใจเรียน จดบันทึกกิจกรรมการเรียนการสอนของคุณครู

          เพื่อนในห้องเรียน
        - เพื่อนๆตั้งใจเรียน ช่วยกันระดมความคิดในการแต่งคำคล้องจอง มีบางคนที่แต่งกายผิดระเบียบ ซึ่งมีเหตุผลมารองรับ

          อาจารย์ผู้สอน
        - อาจารย์ใช้เทคนิคการสอนที่ทำให้นักศึกษากล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น สอนโดยใช้เทคนิคหลากหลายทำให้การเรียนคณิตศาสตร์สนุก ไม่น่าเบื่อ เข้าใจง่าย